เบื้องหลังความเป็นมาของรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้ความนุ่มนวล
ในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกนั้น มีรถยนต์น้อยคันมากที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความไม่ยินยอมพร้อมใจของนักธุรกิจ โดยเฉพาะเมื่อผู้ก่อตั้งเครือเคมีภัณฑ์ชั้นนำอย่าง เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์
จนกลายเป็นที่มาของยานยนต์ออฟโรดดีไซน์ดุดันนามว่า Ineos Grenadier ซึ่งได้รับการตั้งชื่อตามสถานที่นัดพบและพูดคุยโปรเจกต์ในกรุงลอนดอน แต่เป็นการสร้างเครื่องมือที่พร้อมสำหรับการทำงานหนักในทุกสภาพภูมิประเทศ
การเดินทางเข้าสู่เส้นทางมหาโหดเพื่อพิสูจน์คำโฆษณาในระดับสากล
เหล่านักทดสอบและสื่อมวลชนชั้นนำจึงได้นำรถยนต์รุ่นนี้เข้าสู่ดินแดนหินทราย ตลาดรถยนต์อเมริกา ณ เมืองโมอับ รัฐยูทาห์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ทางวิศวกรรมที่ชัดเจนโดยไม่ต้องตีความใดๆ
องค์ประกอบที่ทำให้ยานยนต์คันนี้โดดเด่นเหนือกว่ารถอเนกประสงค์ทั่วไปประกอบด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวรถสามารถเอาชนะอุปสรรคทางธรรมชาติได้อย่างราบรื่น
- ขุมพลังเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง: ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติแปดจังหวะที่ปรับเซ็ตอัตราทดมาเพื่อโหมดออฟโรดโดยเฉพาะ
- สถาปัตยกรรมตัวถังและระบบช่วงล่าง: การติดตั้งระบบล็อกเฟืองท้ายหรือดิฟล็อกถึงสามจุดเพื่อการกระจายกำลังที่สมบูรณ์แบบ
- กันชนแบบโมดูลาร์และการดูแลรักษา: การเน้นย้ำให้ผู้ใช้งานสามารถซ่อมแซมรถยนต์ในภาคสนามได้ด้วยเครื่องมือพื้นฐานทั่วไป
การประเมินผลการขับขี่ในสถานการณ์จริงและสองทางเลือกที่ตอบโจทย์
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเนินทำงานร่วมกับระบบเบรกได้อย่างเป็นธรรมชาติสูงสุด โดยตัวถังไม่มีอาการสั่นคลอนหรือมีเสียงดังรบกวนจากรอยต่อของเหล็กชิ้นส่วน
ทั้งนี้รถยนต์รุ่นดังกล่าวได้รับการเผยโฉมออกมาสองรูปแบบหลักเพื่อการใช้งานที่แตกต่าง ซึ่งผู้ใช้งานจำเป็นต้องพิจารณาความเหมาะสมในการเดินทางของตนเองเป็นหลักในการเลือกซื้อ
แผงสวิตช์ควบคุมเหนือศีรษะสไตล์การบินและระบบอำนวยความสะดวกไร้สาย
สถาปัตยกรรมการจัดวางปุ่มกดถูกกำหนดให้อยู่ในตำแหน่งเหนือศีรษะคล้ายห้องนักบิน นอกจากนี้พื้นผิวภายในยังได้รับการติดตั้งจุกระบายน้ำเพื่อความสะดวกในการฉีดล้างทำความสะอาด
สิ่งที่น่าสนใจคือการติดตั้งระบบนำทางออฟโรดเฉพาะตัวที่ไม่ต้องพึ่งพาสัญญาณโทรศัพท์